Digital Footprint สำคัญกับธุรกิจของคุณแค่ไหน?
นี่คือร่องรอยที่ผู้บริโภคใช้ค้นหาธุรกิจของคุณ

คำว่า รอยเท้าดิจิทัล (Digital Footprint) นั้นมีมานานแล้ว แต่นั่นมีความหมายต่อธุรกิจของคุณอย่างไร? เพราะโดยพื้นฐานแล้วมันคือเส้นทางดิจิทัลที่ธุรกิจของคุณทิ้งไว้บนสื่อโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ของคุณ รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของคุณล้วนเป็นร่องรอยที่หลงเหลืออยู่ในอินเทอร์เน็ต อาทิ ข้อความทางการตลาด ข้อความของธุรกิจ รีวิวจากผู้บริโภค เป็นต้น
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Digital Footprint นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับทุกธุรกิจ แม้จะบอกว่าธุรกิจของคุณไม่มีเว็บไซต์ ไม่มีสื่อสังคมออนไลน์ แต่ชื่อเสียงทางออนไลน์ของคุณก็อาจได้รับผลกระทบจากช่องทางออนไลน์ได้อยู่ดี เมื่อมีผู้คนพูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ เขียนรีวิวเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของคุณโดยอาจให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน นี่จึงเหตุผล Digital Footprint ของธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญ
Digital Footprint ของธุรกิจคืออะไร?
Digital Footprint หรือรอยเท้าดิจิทัลของธุรกิจ คือ ข้อมูลออนไลน์ที่ธุรกิจของคุณทิ้งไว้ทั่วทั้งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ต่างๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณที่ถูกพูดถึงในทุกแง่มุมของออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นบทความรีวิว, การพูดคุยในฟอรัม, หรือแม้แต่ความคิดเห็นจากลูกค้า ทำให้รอยเท้าดิจิทัลมีความสำคัญอย่างมากสำหรับการสร้างภาพลักษณ์ของธุรกิจในโลกออนไลน์
จากนั้น รอยเท้าดิจิทัลของธุรกิจออนไลน์กลายเป็นกิจกรรมที่จำเป็นซึ่งครอบคลุมกระบวนการหลากหลาย ตั้งแต่การวางกลยุทธ์เนื้อหา การสร้างและออกแบบเนื้อหาที่น่าสนใจ การเผยแพร่ไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ จนถึงการจัดการกับการแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์โพสต์ของคุณที่อาจมาจากผู้คนที่คุณไม่เคยพบมาก่อน
วันนี้เรามี 5 วิธีที่ธุรกิจต่างๆ ใช้สร้าง Digital Footprint ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นมาแนะนำให้กับคุณ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่าคุณควรจะเริ่มต้นจากจุดไหนและสามารถขยายผลไปในทิศทางใดได้บ้าง
1. สร้างเว็บไซต์
เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือและดูเป็นมืออาชีพถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ Digital Footprint ของคุณ เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับธุรกิจของคุณควรเริ่มต้นจากเว็บไซต์ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ คุณอาจต้องการสร้างเว็บไซต์ประเภทต่างๆ ตามความต้องการของตลาดและบริการของธุรกิจของคุณ
สิ่งสำคัญคือ คุณต้องสร้างเว็บไซต์ธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับการใช้งานและความเป็นมืออาชีพ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่มักจะใช้เว็บไซต์เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิง โดยลูกค้าที่กำลังมองหาสินค้าหรือบริการจะเข้าไปดูเว็บไซต์ของคุณก่อนที่จะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น เปรียบเทียบข้อเสนอ หรือทำเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซให้ลูกค้าได้ชมสินค้าพร้อมกับรับข้อมูลธุรกิจของคุณไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ คุณยังสามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นบล็อกเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจของคุณอย่างลึกซึ้ง การสร้างเว็บไซต์ในรูปแบบบล็อกจะช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นจากคู่แข่ง และยังทำให้ผู้เข้าชมเห็นบริบทของธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นี่จึงเป็นวิธีที่ดีในการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าและแสดงให้เห็นว่าธุรกิจของคุณมีความน่าเชื่อถือ
ด้วยเว็บไซต์ที่มีความเป็นมืออาชีพ คุณสามารถใช้คำหลัก (Keyword) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา ทำให้เครื่องมือค้นหาจัดอันดับธุรกิจของคุณสูงขึ้น และด้วยวิธีนี้ ลูกค้าจะสามารถค้นพบเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายดายขึ้นเมื่อใช้คำหลักที่คุณตั้งไว้
2. สร้างสถานะบนสื่อโซเชียล
การมีสถานะที่เข้มแข็งและน่าเชื่อถือในสื่อโซเชียลเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีในการปรับปรุง Digital Footprint หรือรอยเท้าดิจิทัลของคุณ โดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีผู้ใช้หลายพันล้านคน ซึ่งสามารถช่วยให้คุณลดต้นทุนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้สร้างบัญชีธุรกิจบนแพลตฟอร์มสื่อโซเชียลต่างๆ และเลือกเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงในการโพสต์ รวมถึงมีบริบทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ การโพสต์เป็นประจำในเพจของคุณจะช่วยให้ผู้ชมมีส่วนร่วมและรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในธุรกิจของคุณ ในขณะเดียวกันก็สามารถสื่อสารและตอบสนองกับผู้ชมผ่านความคิดเห็นในโพสต์ของคุณได้
แน่นอนว่านี่คือการทำงานที่ต้องอาศัยเวลา ความคิดสร้างสรรค์ และความสม่ำเสมอ หากคุณไม่มีเวลาเพียงพอ อาจจำเป็นต้องจ้างผู้จัดการฝ่ายการตลาดสื่อโซเชียลเพื่อดูแลการจัดการบัญชีและการเผยแพร่เนื้อหาที่มีความหมาย มุ่งเน้นในการสร้างการสื่อสารที่น่าเชื่อถือ พร้อมทั้งพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีความหมายและช่วยขับเคลื่อนองค์กรของคุณไปข้างหน้า
3. การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา (SEO)
จะยอดเยี่ยมแค่ไหน? หากเมื่อลูกค้าค้นหาสินค้าหรือบริการต่างๆ ผ่านทางออนไลน์แล้วพบธุรกิจของคุณอยู่ในอันดับแรก การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา (Search engine optimization - SEO) เป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมและสร้างโอกาสในการขายผ่านการปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์อย่างมืออาชีพจะช่วยให้คุณมีความโดดเด่นมากขึ้นจากการได้รับการจัดอันดับในตำแหน่งที่ดีที่สุดบนเครื่องมือค้นหา
การทำ SEO เป็นการใช้คำหลัก (Keyword) เพื่อเสริมการจัดอันดับเว็บไซต์และกระตุ้นการเข้าชมแพลตฟอร์มออนไลน์ของคุณ ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องปรับปรุงเนื้อหาและปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าสามารถค้นพบเว็บไซต์ของคุณได้อย่างง่ายดายเมื่อใช้คำหลักที่คุณได้เตรียมไว้.
4. รวบรวมการรีวิว
ลูกค้าออนไลน์ส่วนใหญ่มักจะค้นหาข้อมูลจากรีวิวของผู้ซื้อที่เคยใช้บริการมาก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้า ดังนั้น หากคุณสร้างแรงจูงใจให้เกิดการรีวิวเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาสู่ธุรกิจของคุณ อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์หรือหน้าโซเชียลมีเดียของคุณมีฟีเจอร์ที่อนุญาตให้ลูกค้าเขียนรีวิวเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ
วิธีที่ดีที่สุดในการขอรีวิวคือการขอให้ลูกค้าประจำเขียนรีวิวหลังจากที่พวกเขาได้ซื้อสินค้าหรือบริการ เพราะพวกเขาสามารถเป็นเสียงที่มีประสิทธิภาพในการแสดงให้ลูกค้าคนอื่นเห็นถึงสิ่งที่พวกเขาพลาดไป นอกจากนี้ คุณควรตอบกลับรีวิวทั้งในด้านบวกและลบ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจของคุณ.
5. เพิ่มประสิทธิภาพให้บัญชี Google My Business ของคุณ
Google My Business (GMB) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว ข้อมูลที่ปรากฏบนหน้า GMB ของคุณควรรวมถึงชื่อธุรกิจ ที่อยู่ที่ตั้งอย่างชัดเจน และเวลาทำการให้ตรงตามความเป็นจริง รวมถึงการระบุที่ตั้งของธุรกิจที่ทำให้ลูกค้าสามารถค้นหาได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเสริมสร้างความน่าสนใจให้กับบัญชี GMB ของคุณได้โดยการโพสต์และอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจรวมถึงกิจกรรมพิเศษ เช่น งานโปรโมชันต่างๆ วันเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือข้อมูลทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการที่คุณเสนอ เพื่อดึงดูดความสนใจและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น.
บทสรุป
สุดท้ายนี้ Digital Footprint ของธุรกิจจึงมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการแบรนด์ออนไลน์ ทุกธุรกิจที่ต้องการใช้ประโยชน์จากโลกอินเทอร์เน็ตจำเป็นต้องมีความกระตือรือร้นในการกำหนดรูปแบบและทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อควบคุมข้อมูลประจำตัวออนไลน์ของธุรกิจหรือแบรนด์ของตน
เนื่องจากการจัดการแบรนด์แบบดั้งเดิมที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักมองข้ามชื่อเสียงของแบรนด์นั้นส่งผลกระทบได้เพียงเล็กน้อย ในทางกลับกัน เอกลักษณ์ของแบรนด์บนโลกออนไลน์สามารถถูกกระทบกระเทือนในลักษณะที่ง่ายดาย
ดังนั้นคุณจึงต้องมั่นใจว่าข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับแบรนด์ออนไลน์ ทั้งข้อมูลสินค้าและบริการมีการนำเสนออย่างถูกต้อง พร้อมทั้งทำดัชนีเว็บไซต์ให้เรียบร้อยและปราศจากข้อผิดพลาด เพื่อให้แน่ใจว่ารายชื่อและไดเรกทอรีออนไลน์เป็นปัจจุบัน นอกจากนี้ยังต้องจัดการกับความคิดเห็นที่ลูกค้ากล่าวถึงธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณในสื่อโซเชียล (เช่น การกล่าวถึงใน Twitter) รวมถึงความคิดเห็นหรือบทวิจารณ์ออนไลน์อื่นๆ ที่โพสต์เกี่ยวกับบริษัทของคุณในลักษณะที่คุณอาจไม่คาดถึง
หากคุณไม่พอใจกับผลลัพธ์ที่แสดงเมื่อค้นหาธุรกิจของคุณใน Google และต้องการรับบริการจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น การทำ SEO หรือการสร้างเว็บไซต์ คุณอาจต้องการขอความช่วยเหลือ ติดต่อเราสิ!




